
เทรนด์ Wellness เป็นที่นิยม เพราะ 4 ข้อนี้
1. วิกฤตโรคระบาด (The COVID-19 Effect)
โควิด-19 คือตัวจุดระเบิดที่เปลี่ยนวิธีคิดของคนทั้งโลก จากเดิมที่คิดว่าการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องของคนมีเงิน หรือคนมีเวลาว่าง กลายเป็นว่า "การมีภูมิคุ้มกันที่ดีคือเรื่องคอขาดบาดตาย"
คนตระหนักว่าถ้าปล่อยให้ร่างกายอ่อนแอหรือมีโรคแทรกซ้อน
2. การเผชิญหน้ากับกลุ่มโรค NCDs (โรคจากพฤติกรรม)
คนยุคนี้ป่วยและเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดัน โรคไต และโรคหัวใจ สูงเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งโรคเหล่านี้ "ยาหมอ" เป็นแค่การรักษาที่ปลายเหตุ แต่ต้นเหตุที่แท้จริงมาจากพฤติกรรมการกินและใช้ชีวิต คนเลยหันมาสนใจโภชนาการบำบัด หรือการกินอาหารให้เป็นยาเพื่อควบคุมโรคด้วยตัวเอง
3. สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society)
โลกและประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว คนไม่ได้แค่อยากอายุยืนยาวเท่านั้น แต่อยาก "อายุยืนแบบมีคุณภาพ" (Longevity) ไม่อยากติดเตียง ไม่อยากเป็นภาระลูกหลาน ทำให้ศาสตร์แห่งการชะลอวัย (Anti-Aging) และอาหารสำหรับผู้สูงอายุกลายเป็นตลาดที่เติบโตแบบก้าวกระโดด
4. ความเครียดสะสมและการโหยหาความสมดุล (Mental Wellness)
ชีวิตยุคดิจิทัลที่เร่งรีบ การแข่งขันสูง และปัญหามลภาวะ (เช่น PM2.5) ทำให้คนเกิดความเครียดเรื้อรัง ส่งผลเสียต่อระบบทางเดินอาหารและการนอนหลับ นิยามของสุขภาพยุคนี้จึงไม่ใช่แค่ "ไม่ป่วย" แต่ต้องมีภาวะที่สมดุลทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ (Balanced Living)
หลักสูตร Wellness Gastronomy ออกแบบแผนการกินให้ตอบโจทย์ชีวิต
เลือกเรียนได้จาก 10 หลักสูตรย่อย:
ควบคุมน้ำหนักและสร้างกล้ามเนื้อ โภชนาการสำหรับผู้สูงอายุและชะลอวัย
อาหารบำบัดเฉพาะโรค (NCDs): หวานพอดีคำ (เบาหวาน), LOW-SODIUM (โรคไต), SMART EATING, BALANCED LIVING (ความดันโลหิตสูง/ต่ำ)
รายละเอียดหลักสูตร:
ระยะเวลาเรียน 5 วัน (40 ชั่วโมงเต็ม) สามารถเลือกวันเรียนได้ตามต้องการ
ค่าธรรมเนียมการเรียน: 29,900 บาท ต่อหลักสูตร
ผู้เรียนจะได้รับสูตรอาหาร พร้อมข้อมูลปริมาณแคลอรีของทุกเมนู
และวัตถุดิบพรีเมียมตลอดหลักสูตร
เรียนจบได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ
สอบถามรายละเอียดและวางแผนการเรียนได้ที่
02-279-9844-5
081-442-8956
062-652-2442
082-442-9156
Line Official: @wandeeschool / https://lin.ee/BoVb8vq
Inbox:m.me/wandeeculinaryartschool
Comments